สุขภาพลำไส้ของคุณเป็นอย่างไร

ลำไส้หรือเรียกง่ายๆว่า“ ไส้” มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพของเรา มันสามารถช่วยควบคุมทุกอย่างตั้งแต่น้ำหนัก อารมณ์สุขภาพสมอง การอักเสบ ไปจนถึงการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของเรา นอกจากนี้ 90% ของเซโรโทนินซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความสุขก็ยังผลิตขึ้นในลำไส้

หน้าที่หลักของลำไส้คือการทำหน้าที่ในการดูดซึมสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นเกลือแร่ และ น้ำ จากภายใน ลำไส้ ให้เข้าสู่การไหลเวียนในร่างกาย คอยป้องกันการเติบโตของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย สังเคราะห์สารอาหารต่างๆไม่ว่าจะเป็น ไบโอติน (วิตามินบี 7) หรือ วิตามินเค ขับสารพิษ และกระตุ้นการทำงานของระบบ ภูมิคุ้มกัน สิ่งที่น่าสนใจคือหน้าที่ที่กล่าวมานั้นจะไม่เกิดขึ้นเลย หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากจุลินทรีย์ในลำไส้ของเรา มีแบคทีเรียถึง 1,000 ชนิดในจำนวนจุลินทรีย์ในลำไส้ของมนุษย์และแต่ละชนิดมีบทบาทที่แตกต่างกันในร่างกายของเรา แบคทีเรียส่วนใหญ่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพของเราในขณะที่แบคทีเรียบางชนิด ไวรัส และเชื้อราบางตัวอาจทำให้เกิดโร

มีงานวิจัยบางชิ้นแสดงให้เห็นว่ามีการสื่อสารระหว่างจุลินทรีย์ ทางเดินอาหาร และสมอง (Brain-gut-microbiome axis) เป็นกลไกที่บ่งบอกความเกี่ยวข้องของระบบประสาท ต่อมไร้ท่อ และระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

ความสัมพันธ์แบบโต้ตอบระหว่างสมองและลำไส้โดยมีจุลินทรีย์ในลำไส้เป็นสื่อกลางในการส่งสัญญาณ เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบประสาท ระบบเผาพลาญ ฮอร์โมน ภูมิคุ้มกันและระบบอื่น ๆ การเปลี่ยนแปลงในองค์ประกอบใด ๆ อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการทำงานในอีกระบบหนึ่งได้ ความสมดุลทางนิเวศวิทยาของจุลินทรีย์ในลำไส้มีบทบาทสำคัญในการทำนุบำรุงไว้ซึ่งความสัมพันธ์ที่ดีนี้  หากจุลินทรีย์ในลำไส้มีภาวะไม่สมดุลจะมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคต่างๆ อาทิ โรคลำไส้แปรปรวน โรคอื่นๆที่ เกี่ยวข้องกับลำไส้ โรคออทิสติก โรคพาร์กินสัน โรคปลอกประสาทเสื่อม โรคอ้วน อาการหดหู่ และ โรคร้ายอื่นๆ ความไม่สมดุลทางนิเวศวิทยาของจุลินทรีย์ในลำไส้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแพ้อาหารและเป็นผลมาจากการผ่าตัดคลอด, การใช้ยาปฏิชีวนะ, การทานอาหารที่มีเส้นใยน้อยหรือการทานอาหารที่มีปริมาณไขมันสูง

ทุกวันนี้เราสามารถทดสอบสุขภาพของลำไส้ได้ การตรวจความสมดุลของจุลินทรีย์ในร่างกายจากอุจาระ หรือ GI Effects Stool Profiles คือการตรวจที่สามารถดูจุลินทรีย์ แบคทีเรีย ยีสต์ และ พยาธิได้ ตัวชี้วัดทางชีวภาพเหล่านี้จะสามารถบ่งชี้ อาการอักเสบที่เกิดขึ้นในลำไส้ ปัญหาเกี่ยวกับการย่อยและการดูดซึมของสาร อาหาร ความไม่สมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ และตัวชี้วัดโปรตีนที่ไม่ถูกย่อยที่เดินทางไปถึงลำไส้ จากผลการตรวจทำให้เราสามารถปรับสูตรอาหารให้ตรงตามหลักโภชนาการ  ให้อาหารเสริมที่มีเส้นใย พรีไบโอติก โปรไบโอติก ซิมไบโอติก รวมถึงการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต

ชนิดของโปรไบโอติกส์

ฟฟ

การได้รับอาหารที่อุดมด้วยโปรไบโอติกเป็นสิ่งจำเป็นในเพิ่มปริมาณแบคทีเรียที่ดีในลำไส้ อาหารที่อุดมด้วยโปรไบโอติกพบได้ในโยเกิร์ต ชีส คีเฟอร์ มิโซะ และคอมบิชา แลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus )เป็นโปรไบโอติกที่พบมากที่สุดที่พบในโยเกิร์ตและอาหารหมักดอง

ภาวะสุขภาพบางอย่างอาจต้องได้รับโปรโบโอติกส์บางตัวเพื่อเสริมความสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ของเรา อาทิเช่น บิฟิโดแบคทีเรีย (Bifidobacteria) คือโปรโบโอติกส์ที่มีความสามารถในการสังเคราะห์และหลั่งวิตามินบี อาทิ ไบโอติน (วิตามินบี 7) ไธอามีน (วิตามินบี 1) โฟเลต (วิตามินบี 9) ไรโบฟลาวิน (วิตามินบี 2) ไนอะซิน (วิตามินบี 3) ไพริดอกซีน (วิตามินบี 6) และ ไซยาโนโคบาลามิน (วิตามินบี 12) ในขณะที่ แซคคาโลมัยเซส โบลาร์ดี (Saccharomyces boulardii) เป็นโปรไบโอติกอีกหนึ่งชนิดที่อยู่ในรูปของยีสต์ โปรไบโอติกชนิดนี้มีความสามารถในการป้องกันและรักษาอาการท้องร่วงที่เกิดจากการใช้ยาปฏิชีวนะ และท้องเสียที่เกิดจากเชื้ออีโคไลที่มักเกิดในหมู่นักท่องเที่ยว

เขียนโดย พญ. วริศรา รุทระวณิช แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *